โครงการพัฒนาแผนที่ศักยภาพพลังงานความร้อนใต้พิภพของประเทศไทย


พลังงานความร้อนใต้พิภพคือพลังงานความร้อนที่สะสมตัวอยู่ใต้ธรณี เป็นพลังงานหมุนเวียนชนิดหนึ่ง ที่สามารถพัฒนานำมาใช้ประโยชน์ได้ โดยปกติแหล่งพลังงานความร้อนใต้พิภพจะเกิดอยู่ใกล้บริเวณแหล่งภูขไฟ บริเวณแนวแผ่นดินไหวหรือบริเวณรอยเลื่อนของเปลือกโลก

แหล่งพลังงานความร้อนใต้พิภพในประเทศไทยส่วนใหญ่จะเกิดบริเวณที่มีน้ำพุร้อนเกิดอยู่ ดังนั้นการที่จะทราบแหล่งที่มีความร้อนใต้พิภพจึงต้องทำการสำรวจแหล่งหรือบริเวณที่มีน้ำพุร้อนเกิดขึ้น โดยการสำรวจน้ำพุร้อนในประเทศไทยเริ่มตั้งแต่ปี พ.ศ. 2489 แต่การสำรวจอย่างเป็นระบบเริ่มขึ้นในวันที่ 14 ธันวาคม 2520 โดยความร่วมมือระหว่าง 3 หน่วยงาน ได้แก่ กรมทรัพยากรธรณี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้ดำเนินการสำรวจเพื่อประเมินศักยภาพเบื้องต้นแหล่งพลังงานความร้อนใต้พิภพ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ได้ดำเนินการสำรวจและประเมินศักยภาพแหล่งพลังงานความร้อนใต้พิภพ เพื่อใช้พลังงานความร้อนใต้พิภพในการผลิตกระแสไฟฟ้าโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนงานวิจัย การพัฒนา และการใช้พลังงานความร้อนในประเทศไทย เพื่อให้ความร่วมมือและติดต่อกับรัฐบาลในประเทศและต่างประเทศ รวมทั้งหน่วยงานเอกชนในการพัฒนาและการใช้ประโยชน์ของแหล่งพลังงานความร้อนใต้พิภพ ทั้งด้านผลิตกระแสไฟฟ้า ด้านอุตสาหกรรม เกษตรกรรม และการท่องเที่ยว

กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน หรือ พพ. เป็นหน่วยงานที่มีหน้าที่สำรวจแหล่งพลังงานทุกชนิดในประเทศไทยเพื่อนำมาใช้เป็นพลังงานทดแทน โดยปัจจุบันพลังงานความร้อนใต้พิภพ เป็นพลังงานประเภทหนึ่งที่กำหนดในแผนพัฒนาพลังงาทดแทนและพลังงานทางเลือก (AEDP 2015) ให้มีการนำมาใช้เป็นพลังงานทดแทนทั้งเพื่อผลิตไฟฟ้าและความร้อน โดยมีการกำหนดเป้าหมายการผลิตจากพลังงานความร้อนทางเลือกอื่น ๆ ไว้ที่ 10 ktoe พพ. จึงมีความจำเป็นต้องทำการสำรวจแหล่งพลังงานความร้อนใต้พิภพหรือแหล่งน้ำพุร้อนที่มีอยู่ในประเทศ เพื่อนำข้อมูลที่ได้มาใช้ในการประเมินศักยภาพการผลิตพลังงานทั้งไฟฟ้าและความร้อนต่อไป

การสำรวจแหล่งพลังงานความร้อนใต้พิภพหรือแหล่งน้ำพุร้อนเพื่อนำข้อมูลที่ได้มาประเมินศักยภาพการผลิตพลังงานทั้งไฟฟ้าและความร้อน เริ่มโครงการครั้งแรกในปี พศ. 2549 โดย พพ. ได้มอบหมายให้มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ดำเนินโครงการศึกษาเพื่อประเมินศักยภาพแหล่งน้ำพุร้อนในประเทศไทย โดยสำรวจพบแหล่งน้ำพุร้อนทั้งสิ้น 96 แหล่ง และได้ทำการจัดทำฐานข้อมูลศักยภาพพลังงานความร้อนใต้พิภพของประเทศไทย ขึ้น และข้อมูลในฐานข้อมูลได้ถูกนำมาใช้ประโยชน์อย่างต่อเนื่อง จนถึงปี พศ.2560 พพ. จึงได้มอบหมายให้มหาวิทยาลัยรังสิตทำการทบทวน รวบรวมและสำรวจแหล่งน้ำพุร้อนอีกครั้ง เพื่อนำข้อมูลที่ได้มาใช้ในการพัฒนาแผนที่ศักยภาพพลังงานความร้อนใต้พิภพขึ้นใหม่ตามโครงการพัฒนาแผนที่ศัยภาพและปรับปรุงฐานข้อมูลพลังงานความร้อนใต้พิภพในประเทศไทย โดยนำเสนอแผนที่ศัยภาพดังกล่าวในเวปไซต์ของ www.dede.go.th เพื่อให้หน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องนำข้อมูลในฐานข้อมูลไปใช้ประโยชน์ต่อไป